การเช่าเป็นเรื่องที่ต้องนำกฎหมายเข้ามาผูกไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยถือว่าเป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่พึงต้องปฏิบัติตามข้อตกลง และหนึ่งในนั้นย่อมหมายถึงการจ่ายค่าเช่าด้วย ไม่เช่นนั้นถือว่าผู้เช่าผิดสัญญา แต่ว่าจะเอาเรื่องกันในทันทีแบบไม่มีใบเหลืองก็ออกจะดูใจร้ายไม่ให้โอกาสกันเกินไป กฎหมายจึงต้องเข้ามากำกับการแสดงบทของผู้ให้เช่าเอาไว้ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมในกรณีที่มีการค้างค่าเช่า แต่ก่อนที่จะไปถึงการไม่ชำระเงินเช่นนั้น คงต้องหันมาดูข้อตกลงเสียก่อนว่า ได้มีการทำสัญญาในเรื่องการจ่ายค่าเช่าเอาไว้อย่างไร เขียนกันเป็นเอกสารชัดเจนหรือไม่ หรือแล้วแต่ใจผู้ให้เช่าว่าเขาจะมาเก็บเมื่อไร ทั้งอาจเป็นไปได้ว่าตามใจผู้เช่าที่จะเอาเงินมาจ่ายอย่างไรก็ได้  การจ่ายค่าเช่าแบบเอื้ออาทรอย่างนี้มีปัญหาเวลาที่ทะเลาะกัน จึงเป็นข้อสังวรระวังให้ทั้งสองฝ่ายจดแจ้งลงไว้ในสัญญาให้ชัดเจนแจ่มแจ้งว่าจะจ่ายกันเมื่อไรและอย่างไร
     ในสัญญาเช่าจะต้องมีเงื่อนไขระบุไว้ว่าหากผู้เช่าผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเป็นเวลาช่วงหนึ่ง  เช่น อาจจะ 1 เดือน ให้ถือสัญญาเลิกกันทันทีและผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าเข้าไปครอบครองทรัพย์สินที่เช่าในทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
     ทรัพย์สินของผู้เช่าที่อยู่ในบ้านที่เช่า ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าขนย้ายไปฝากไว้ที่หนึ่งที่ใดประมาณนี้ หากสัญญามีข้อตกลงอย่างนี้ไว้แล้ว เมื่อผู้เช่าผิดสัญญาผู้ให้เช่าก็ไม่ต้องเสียเวลาเสียเงินจ้างทนายความฟ้องคดี สามารถเข้าไปครอบครองบ้านที่ให้เช่าได้ทันทีตามที่ผู้เช่าได้ทำสัญญายินยอมไว้ล่วงหน้าผู้ให้เช่าก็จะไม่มีความผิดฐานบุกรุก
    ในตอนขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่าเพื่อป้องกันปัญหาที่จะมีในอนาคตอาจจะต้องไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้และให้ตำรวจมาเป็นพยานให้เราด้วย เพื่อป้องกันผู้เช่าดัดหลังกล่าวหาผู้ให้เช่าว่าขโมยทรัพย์สินของผู้เช่า